ดันไทยเป็นฮับการค้าอัญมณีฯ

โพสต์27 เม.ย. 2560 21:59โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ / ส.อ.ท.
รัฐจับมือเอกชนผลักดันไทยเป็นฮับการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ชี้ปี 59 ไทยขยับขึ้นเป็น 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกอัญมณีโลก

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้ไทยเป็น ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก (Thailand as The World’s  Gems  & Jewelry Trading Hub) นางอภิรดี  ตันตราภรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชิญภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงานมาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดมาตรการสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางดังกล่าว พร้อมชูจุดแข็งอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยด้านการเป็นแหล่งผลิตชั้นยอด ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก 

ทั้งนี้  เป็นการต่อยอดจากมติคณะรัฐมนตรีเรื่อง Jewelry Hub เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 ซึ่ง ครม.เห็นชอบการยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำเร็จรูปของกระทรวงการคลังให้ครอบคลุมทุกมิติมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลก รวมถึงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และส่งเสริมการส่งออก โดยปีนี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมและสัมมนานานาชาติด้านอัญมณีในไทย World Jewelry Confederation 2017 วันที่ 2-7 พฤศจิกายน 2560 ที่กรุงเทพมหานคร โดยจะมีสมาชิกผู้ค้าอัญมณีระดับโลก 42 ประเทศมาเข้าร่วมประชุม โดยไทยคาดหวังการประชุมครั้งนี้จะเป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีกระแสข่าวว่าผู้นำสหรัฐเตรียมหามาตรการลดปัญหาขาดดุลการค้า แต่เชื่อว่าการ จัดประชุม  World Jewelry เชิญคู่ค้าจากสหรัฐมาด้วยจะเป็นการเสริมสร้างการค้าและการลงทุนเพิ่ม จากตัวเลขปีที่ผ่านมาไทยส่งออกกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไปตลาดสหรัฐมากถึง 1,200  ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 8 ของมูลค่าส่งออกรวมเฉพาะอัญมณีและเครื่องประดับ และปีนี้ตั้งเป้าจะขยายตลาดสหรัฐไม่น้อยกว่าร้อยละ 5  ซึ่งขณะนี้สหรัฐถือเป็นตลาดอันดับ 5 ของกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงแผนงานสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก ว่า แผนงานประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การปลดล็อคภาษีและกฎระเบียบ  2.การพัฒนาผู้ประกอบการ สินค้า วัตถุดิบ และแรงงาน และ 3.การส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับภาพรวม ทั้งด้านตลาดในประเทศและต่างประเทศในแบบออนไลน์และออฟไลน์ ยกระดับการจัดงานแสดงสินค้า Bangkok Gems & Jewelry Fair ประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรม โดยใช้กลยุทธ์กำหนดตำแหน่งทางการตลาดและระหว่างวันที่ 6-10 กันยายนนี้ จะจัดการแสดงสินค้า Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 60 โดยจัดมาแล้วถึง 30 ปี ปีนี้จะเพิ่มบูธจัดงานมากกว่า 2.500 บูธด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมหารือได้รับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง นับว่าเป็นการบูรณาการการทำงานอย่างแท้จริงจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลก กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่ยังมีความซับซ้อนในทางปฏิบัติ อาทิ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มวัตถุดิบอัญมณีและโลหะมีค่า การหักรายจ่าย 2 เท่าของรายจ่ายประเภทเงินเดือน ค่าจ้างแรงงาน รวมถึงศึกษาการจัดทำระบบภาษีที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรม ทำให้ภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก่อให้เกิดรายได้แก่ภาครัฐเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ประสานหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และภาคเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างครบวงจร จัดทำเทรนด์สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ผลักดันให้เกิดการจัดตลอดจนปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา การฝึกอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับไปดำเนินการเรื่องการประชาสัมพันธ์สินค้าและย่านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ตลอดจนจัดทำแผนที่เส้นทางอัญมณี เพื่อสร้างการรับรู้และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคทั้งไทยและชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งพัฒนาตลาดต่างประเทศสำหรับการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ไปจัดตั้งสำนักงานในตลาดเป้าหมาย รวมทั้งผลักดันให้เกิดความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก เพื่อเจาะตลาดผู้บริโภคระดับสูง ตลอดจนยกระดับงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ให้เป็น 1 ใน 3 ของงานอัญมณีระดับโลก โดยไทยเป็นแหล่งผลิตชั้นยอดที่ครบวงจรแล้ว ยังมีปัจจัยสนับสนุนในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอีกหลายประการ ได้แก่ ไทยเป็น 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของโลก 

ทั้งนี้ การปรับขึ้นจากอันดับที่ 13  ในปี 2557 การมีงานแสดงสินค้า Bangkok Gems & Jewelry Fair ซึ่งเวทีการค้าระดับโลก การยกเว้นอากรอัญมณีและเครื่องประดับรวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มวัตถุดิบ แรงงานของไทยมีฝีมือประณีตโดดเด่นด้านเจียระไน การมีนิคมอัญธานีเป็นเขตประกอบการเสรี การมีสถาบัน GIT ทำหน้าที่วิเคราะห์ ตรวจสอบ รับรองมาตรฐานสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ ตลอดจนการที่องค์กรผู้จัดการประชุมระดับโลกมาจัดการประชุมนานาชาติที่สำคัญในประเทศไทย อาทิ งาน World Jewelry Confederation 2017 และงาน ICA Congress โดยปี 2559 ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) มูลค่าประมาณ 6,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 5 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.24 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง สหรัฐ เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เบลเยี่ยม อินเดีย และสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็นร้อยละ 73 ขณะที่ 3 เดือนแรกปี 2560 (ม.ค. – มี.ค.) ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) มูลค่า 2,021.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ร้อยละ 1.98 ตลาดส่งออก 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และเบลเยี่ยม โดยมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็นร้อยละ 66.18
 
(ที่มา-สำนักข่าวไทย 28 เม.ย. 2560)
Comments