นโยบายทรัมป์ไม่กระทบไทยส่งออกไปสหรัฐ

โพสต์5 มี.ค. 2560 18:48โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ / ส.อ.ท.
 
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงคาดการณ์การส่งออกของไทยไปสหรัฐ ปี 2560 เติบโต 1.3-2.5% เท่าเดิม ด้วยมูลค่าการส่งออก 24,680-24,980 ล้านบาท หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงนโยบายเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรสครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา สะท้อนถึงท่าทีผ่อนคลายแรงกดดันการกีดกันทางการค้ากับต่างประเทศ จากการประกาศสนับสนุนกรอบการค้าเสรี
ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจใช้การเก็บภาษี Border Adjustment Tax (BAT) เป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้า ในส่วนของสินค้านำเข้าจากจีน เม็กซิโก รวมถึงประเทศที่สหรัฐฯเสียเปรียบทางเศรษฐกิจที่สะท้อนออกมาเป็นมูลค่าการขาดดุลการค้าและมีผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐ เรื่อยมา ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังไม่มีผลต่อไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะสหรัฐขาดดุลการค้ากับไทยอยู่ในลำดับที่ 11 และมีมูลค่าขาดดุลการค้าราว 1.8 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ สินค้าไทยจึงยังมีโอกาสได้อานิสงส์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการบริโภคของสหรัฐ ในระยะต่อไป โดยเฉพาะสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่สหรัฐ ไม่สามารถผลิตได้ และเป็นสินค้าที่สอดคล้องกับธุรกิจที่จะกลับขยายการลงทุนในสหรัฐ ตามนโยบายกระตุ้นการลงทุนและการผลิตในประเทศ อาทิ คอมพิวเตอร์ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้น
ขณะที่นโยบายการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลส่งผลโดยตรงต่อภาคการผลิตและการบริโภคในประเทศอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย
สำหรับการส่งออกของไทยไปสหรัฐ ล่าสุดในเดือน ม.ค. 2560 มีมูลค่า 1,931 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ทำให้ขยายตัวค่อนข้างดี ที่ 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ หากการส่งออกไปสหรัฐ ในเดือนต่อไป สามารถรักษาระดับการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง รวมทั้งผลการเร่งตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรากฏชัดเจนขึ้น ก็มีโอกาสที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยอาจจะปรับเพิ่มประมาณการในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไปยังต้องติดตามพลวัตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ เมื่อบวกกับแนวทางการกีดกันทางการค้าที่มีต่อจีน เม็กซิโก รวมถึงประเทศอื่นที่สหรัฐฯ เสียเปรียบทางเศรษฐกิจ อาจสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่การผลิตที่เชื่อมโยงกับธุรกิจของไทยปรับเปลี่ยนเป้าหมายตลาดตามนโยบายบริษัทแม่ โดยบางส่วนอาจส่งออกตรงไปยังสหรัฐ มากขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มการส่งออกไปยังฐานการผลิต ในประเทศที่ 3 ที่อาจถูกลดบทบาทลง ตามความเข้มข้นของการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ
 
ที่มา : นสพ.โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560
Comments