ผุด "ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" ปลดล็อกลงทุนรัฐ-ดึงประชาชนร่วมเป็นเจ้าของ

โพสต์15 มิ.ย. 2560 02:42โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ / ส.อ.ท.
 
ครม.กดปุ่มเดินหน้าระดมทุนผ่านกองทุน "ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" ประเดิม 2 โครงการ ทางด่วนของ กทพ. 44,819 ล้านบาท ดึงรายได้จากทางด่วนฉลองรัช-บูรพาวิถีล่อใจ "ประยุทธ์" ย้ำให้ขายหน่วยลงทุนให้ประชาชนก่อน อย่าให้ซ้ำรอยแปรรูป ปตท.
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งจุดประสงค์ของการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานฯ ก็เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานรวมวงเงิน 2.3 ล้านล้านบาท แต่เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง รัฐจึงกำหนดเพดานหนี้สาธารณะไว้ที่ไม่เกิน 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งจะมีเพดานให้กู้เงินได้อีกประมาณ 2.6 ล้านล้านบาทเท่านั้น
ทั้งนี้ กทพ.จะนำรายได้ในอนาคตที่ได้จากการจัดเก็บค่าผ่านทางของ 2 เส้นทางคือ โครงการทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) มาระดมทุนซึ่งทั้ง 2 โครงการ มีรายได้เข้ามาเป็นประจำอยู่แล้ว โดยจะโอนรายได้ในอนาคต 45% จากทั้ง 2 โครงการ ในระยะเวลา 30 ปี มาใส่ไว้ในกองทุน และเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปสร้างทางด่วนใหม่ 2 เส้นทางรวมวงเงิน 44,819 ล้านบาท ได้แก่ โครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตกวงเงิน 30,437 ล้านบาท และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอนเอ็น 2 และอีสเวสต์ คอร์ริดอร์ ด้านตะวันออก เริ่มต้นจากหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปบรรจบกับวงแหวนตะวันออก วงเงิน 14,382 ล้านบาท
"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำในที่ประชุม ครม.ว่า กองทุนที่ออกมาครั้งนี้จะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนได้ซื้อกองทุนเพราะว่ากองทุนนี้จะมีผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากในปัจจุบัน อย่าให้ซ้ำรอยกับการแปรรูป ปตท.ในอดีตที่คนซื้อหุ้นส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารทั้งหลาย ฉะนั้นกองทุนนี้ขอให้ประชาชนได้มีสิทธิ์ซื้อก่อน"
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐะวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่ากองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ได้เดินหน้าอย่างชัดเจน โดยให้ กทพ.นำร่องใน 2 โครงการ ซึ่งประเทศไทยมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แค่กระทรวงคมนาคมกระทรวงเดียวก็มีวงเงินสำหรับโครงสร้างพื้นฐานกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ซึ่งในแผนปฏิบัติการของกระทรวงคมนาคม มีบางโครงการได้ระบุไว้ชัดเจนว่าสามารถใช้แหล่งเงินจากแหล่งใหม่ หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ได้
"โครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกและโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอนเอ็น 2 วงเงินรวม 44,819 ล้านบาท ถ้าไม่มีกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ก็ต้องไปแย่งเงินงบประมาณ โดยไปขอกับสำนักงบประมาณหรือไม่ก็ต้องไปแย่งเงินกู้กับโครงการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ เช่น นำเงินไปสร้างโรงพยาบาล หรือจะใช้เงินของ กทพ.เองก็ต้องรอไปอีก 6-7 ปี แต่ประเทศต้องการการพัฒนาจึงรอไม่ได้ จึงต้องมีแหล่งระดมทุนอันใหม่ของประเทศไทยเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศ ซึ่งตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีมากเพราะดอกเบี้ยของทั้งภูมิภาคและทั้งโลกก็ไม่ได้สูงมาก"
ทั้งนี้ จะนำรายได้ส่วนหนึ่งในอนาคตของ 2 เส้นทาง คือโครงการทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนาชลบุรี) มาเป็นแหล่งระดมทุนเอามาสร้างเส้นทางใหม่ของ กทพ. นอกจากนั้น กระทรวงการคลังยังตั้งใจไว้ว่าจะใช้เกณฑ์ของ กลต.คือ ให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นรายย่อยซื้อหุ้นก่อน และเพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้ลงทุน ทางกระทรวงการคลังได้ถือหน่วยลงทุนวงเงิน 1,000 ล้านบาท และ ครม.ได้อนุมัติให้วงเงินเพิ่มอีก 9,000 ล้านบาท รวมเป็น 10,000 ล้านบาท เพื่อให้เห็นว่าเป็นกองทุนที่รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นด้วย ไม่ใช่มีแต่ภาคเอกชนอย่างเดียว
สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ได้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยใน 5 ด้านคือ 1.ทำให้ไทยสามารถลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศท่ามกลางงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด งบลงทุนต่อปีมีประมาณ 500,000 ล้านบาทเท่านั้น จะรอไม่ได้ เพราะจะเติบโตแข่งขันกับประเทศอื่นไม่ได้ 2.เป็นแหล่งเงินทุนใหม่ของประเทศในการระดมทุนของภาครัฐ 3.จะใช้กลไกของ กลต.ภายใต้ พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีระบบธรรมาภิบาล จะมีกลไกตรวจสอบในการระดมทุนเพื่อความโปร่งใส 4.ไม่ทำให้เป็นภาระการคลังในอนาคตเพราะรัฐบาลไม่ได้กู้เงินและรัฐบาลไม่ได้ค้ำประกันเพราะมีรายได้ที่ชัดเจนและ 5.เป็นการพัฒนาตลาดทุนเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดทุน...//
 ที่มา : ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 1 มิ.ย. 2560 (กรอบบ่าย)
Comments