สรรพสามิตปัดฝุ่นแผนรีดภาษี พุ่งเป้า "กลุ่มชาเขียว-กาแฟ-สิ่งแวดล้อม"

โพสต์17 ม.ค. 2560 04:25โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ / ส.อ.ท.
 
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า หลังจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้นโยบายกรมหาทางจัดเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น กรมก็จะดำเนินการทบทวนการ เก็บภาษีตัวใหม่ที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพและ ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมประมาณ 3-4 สินค้า ที่เคยศึกษาไว้แล้วที่ผ่านมา มาพิจารณารายละเอียดใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน และส่งให้กระทรวงการคลัง พิจารณา พร้อมเสนอฝ่ายนโยบายเห็นชอบต่อไป
สำหรับภาษีที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพที่เคย ศึกษา คือ การเก็บภาษีเครื่องดื่มชาเขียว และกาแฟชงสำเร็จรูป ที่มีเพิ่มขึ้นอยู่จำนวนมาก ซึ่งมีทั้งเรื่องของความหวานที่ไม่เป็นผลดีกับสุขภาพ และกฎหมายภาษีสรรพสามิตที่กำลังมีผลบังคับใช้ จะมีการเก็บภาษีเครื่องดื่มใหม่ ที่มีการคิดภาษีทั้งด้าน ราคา และด้านปริมาณความหวาน โดยภาระภาษีด้านไหนมากกว่ากันก็ให้เก็บด้านนั้น ซึ่งจะช่วยลดปริมาณความหวานในเครื่องดังกล่าวได้ระดับหนึ่ง
นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องดื่มชาเขียว และกาแฟสำเร็จรูปนั้น ที่ผ่านมาได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต โดยมีเหตุผลว่ามีการสนับสนุนภาคการเกษตร ผู้ประกอบการซื้อใบชา และเมล็ดกาแฟจากเกษตรกร ซึ่งกรมสรรพสามิตจะศึกษาให้ยกเลิกการยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตดังกล่าว เพราะพบว่ามีส่วนผสมจากวัสดุทางการเกษตรน้อย
นายสมชาย กล่าวว่า ในส่วนของการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมากรมจะทบทวนการเก็บภาษีสรรพสามิตบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นทั้งหมด เนื่องจากกระทบกับสิ่งแวดล้อม กำจัดยาก ใช้เวลาย่อยสลายเป็นเวลานานนับหลาย 10 ปี ซึ่งภาษี ทั้งหมดกรมได้ศึกษาเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว แค่มาทบทวนใหม่ให้รอบคอบอีกครั้ง ก่อนจะส่ง ให้กระทรวงการคลังพิจารณาได้ สำหรับการเก็บภาษีเครื่องดื่มชาเขียว และกาแฟชงสำเร็จรูป รวมถึงการเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น คิดเป็น เงินภาษีไม่ได้มาก แต่มีความจำเป็นต้องดำเนินการ เพราะเป็นการรักษาสุขภาพประชาชน และรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ยิ่งนานวัน ยิ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า นอกจากเก็บภาษีใหม่แล้ว กรมยังเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ โดยการปราบปรามสินค้าปลอมและเลี่ยงภาษี รวมถึง กฎหมายใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะทำให้การเก็บ ภาษีของกรมรั่วไหลน้อยลง เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ มากขึ้น ซึ่งจะทำให้การเก็บภาษีของกรมเพิ่มมากขึ้น
อนึ่ง สำหรับการจัดเก็บรายได้รัฐ 3 เดือนแรกปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม-ธันวาคม 2559) จัดเก็บได้ 5.5 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 2.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 5.2% รายได้ที่จัดเก็บเกินกว่า เป้าหมายมาจากรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้มากกว่าเป้าหมายถึง 1.1 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) นำส่งรายได้ มากถึง 1.2 หมื่นล้านบาท
สำหรับการจัดเก็บรายได้ 3 กรมภาษี กรมสรรพากร จัดเก็บรายได้รวม 3.66 แสนล้านบาท เกินกว่าเป้าหมาย 2 พันล้านบาท กรมสรรพสามิตจัดเก็บ 1.32 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 2 พันล้านบาท กรมศุลกากรจัดเก็บ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 5 พันล้านบาท
"ทั้งนี้ในช่วง 2 เดือนแรกกรมจัดเก็บภาษี รายได้ต่ำกว่าเป้าหมายมากโดยเฉพาะกรมสรรพสามิต ที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภค เหล้า บุหรี่ น้อยลง แต่ในเดือนธันวาคม การจัดเก็บรายได้ 3 กรม เริ่มกลับมาดีขึ้น คาดว่าทั้งปีการจัดเก็บรายได้ยังเป็น ไปตามเป้าหมาย ขณะนี้ยังเหลือเวลาจัดเก็บอีก 8-9 เดือน"
 
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560
Comments