ส.อ.ท. นำร่อง 50 โรงงาน ดันเข้าอุตสาหกรรม 4.0

โพสต์27 ธ.ค. 2559 00:56โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ / ส.อ.ท.

ส.อ.ท. เตรียมคัดเอสเอ็มอี 200 โรงงาน พร้อมส่งทีมงานวิเคราะห์ฯ ยกระดับกระบวนการผลิตเป็นระบบอัตโนมัติ ก่อนคัดเหลือ 50 โรงงาน นำร่องสู่อุตสาหกรรม 4.0 เห็นผลในปี 2561 คาดใช้งบโรงงานละ 1.6 ล้านบาท

นายขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในปี 2560 ส.อ.ท.เดินหน้า ขับเคลื่อน "ยุทธศาสตร์และโรดแมพ" ในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างเข้มข้น โดยจะเริ่มดำเนินโครงการระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ในการจัดทำระบบอัตโนมัติ (ออโตเมชั่น) ในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่อยู่ในระดับอุตสาหกรรม 2.0 ไปสู่อุตสาหกรรม 3.0 ก่อน พัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0 เต็มรูปแบบ

นายขัติยา กล่าวว่า โครงการระยะที่ 2 จะเป็นความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ส.อ.ท. จะคัดเลือกโรงงานที่อยู่ในระดับอุตสาหกรรม 2.0 จำนวน 200 ราย ที่ต้องการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 ขณะที่ สกว. และสวทช. จะร่วมกันฝึกอบรมนักวิเคราะห์ และ ส่งเข้าไปประเมินโรงงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบกระบวนการผลิต และการบริหารจัดการต่างๆในแต่ละโรงงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ

"ส.อ.ท. อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการร่วมกับ สกว.และสวทช. เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งการจัดหางบประมาณสนับสนุน ที่คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณราว 2 ล้านบาท หรือ 1 หมื่นบาทต่อโรงงาน และการจัดหานักวิเคราะห์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปประเมินโรงงาน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมอย่างดี เพราะเป็นการเข้าไปพัฒนาเครื่องจักร ไม่ใช่การพัฒนาคน โดยตอนนี้ มีผู้ประกอบการสนใจหลายกลุ่ม เช่น ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนยานยนต์ ยาง อาหาร และไบโอเคมี คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มดำเนินได้ในช่วงปลายเดือนก.พ.ปี 2560"

 อย่างไรก็ตาม หลักจากทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกครบ 200 รายแล้ว จะ คัดเลือกโรงงานที่มีศักยภาพจำนวน 50 ราย จัดทำโครงการต้นแบบพัฒนาระบบกระบวนการผลิต และการบริหารจัดการ ต่างๆ ในแต่ละโรงงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ หรือยกระดับจากอุตสาหกรรม 2.0 ไปสู่ อุตสาหกรรม 3.0 โดยขั้นตอนนี้ จะต้องใช้งบประมาณราว 1.6 ล้านบาทต่อโรงงาน ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องออกค่าใช้จ่าย 50% ในการจัดซื้อเครื่องจักร เพื่อปรับกระบวนการผลิตให้ทันสมัย ส่วนภาครัฐจะช่วยสนับสนุนงบประมาณ 50%ในการส่งผู้เชี่ยวชาญลงไปร่วมพัฒนาระบบ กระบวนการผลิต

นายขัติยา กล่าวว่า ตามแผนนี้ในช่วงปลายปี 2560 จะเห็นการยกระดับโรงงานจากอุตสาหกรรม2.0 ไปสู่อุตสาหกรรม 3.0 ได้ และจะเห็นผลในปี 2561 ที่สะท้อนผ่านรายได้ ทำให้ผู้ประกอบการไม่ล้มหาย ตายจาก ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะขยายผลเพิ่มเติมในปีต่อไป โดยจะเน้นในส่วนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นหลัก เพราะส่วนใหญ่กว่า 50%ยังอยู่ในระดับอุตสาหกรรม 2.0  ส่วนโรงงานขยายใหญ่ที่อยู่ในระดับอุตสาหกรรม3.0 สามารถดำเนินการ ยกระดับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้เอง โดยในปี 2560 การผลักดันอุตสาหกรรม 4.0 จะมีบทบาทมากขึ้น หลังจากมีการจัดตั้งคณะประชารัฐชุดใหม่ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการสู่อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะมี กิจกรรมออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะโครงการระยะที่ 1 ที่เป็นการส่งแบบสอบถามให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. ประเมินโรงงานตนเองว่า อยู่ในอุตสาหกรรมระดับใดนั้น ล่าสุด มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 140 ราย ซึ่ง ส.อ.ท. จะขยายผลโดยส่งแบบสอบถามกระจายให้ครอบคลุมจำนวนสมาชิกมากขึ้นหรือให้ได้ 1,000 ราย ในปี 2560 ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับโครงการระยะที่ 2

สำหรับยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมไทยไปสู่ 4.0 ตั้งเป้าหมายในการยกระดับ อุตสาหกรรม 4.0 ในปี 2568 โดยจะเร่งยกระดับอุตสาหกรรม 2.0 เป็นอุตสาหกรรม 3.0 ภายใน 5 ปีเริ่มดำเนินการ ในปี 2560...//

ที่มา : นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559
Comments