'ทูตอินเดีย' จีบไทยลงทุนตั้งฐานผลิต 'เมดอินอินเดีย' มัธยประเทศ เน้นอุตฯอาหาร-สิ่งทอ

โพสต์27 มี.ค. 2560 01:16โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ / ส.อ.ท.
 

 เอกอัครราชทูตอินเดียบุก ส.อ.ท. ชวน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร-สิ่งทอยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์-เครื่องมือแพทย์ ไปลงทุน พร้อมเปิดมาตรการจูงใจลงทุน ให้สัมปทานที่ดิน "ยกเว้นภาษี" สิ่งฟุ่มเฟือย-ภาษีการขาย-ภาษีมหรสพ 10 ปี

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นายบัควันต์ ซิงห์ บิชนอย (H.E. Mr.Bhsgwant Singh Bishnoi) เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย และนายอโชก บาร์นวัล (Mr.Ashok Barnwal) ปลัดประจำมุขมนตรีแห่งรัฐมัธยประเทศ พร้อมด้วยคณะนักลงทุนจากสาธารณรัฐอินเดีย ได้ร่วมประชุมหารือกับ ส.อ.ท. ถึงโอกาสการลงทุนร่วมกัน โดยต้องการให้นักลงทุนไทยเข้าไปตั้งฐานการผลิตที่รัฐมัธยประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของประเทศอินเดีย ด้วย รูปแบบที่อยู่ภายใต้นโยบายลงทุนตั้งฐานการผลิตเอง หรือ "Made in India" เน้นผลิตเพื่อขายภายในประเทศ ไม่ใช่ผลิตเพื่อการส่งออก
"หลังจากนี้ ทาง ส.อ.ท.จะหารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารก่อน เนื่องจากไปลงทุนที่ อินเดียบ้างแล้ว อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เพื่อประเมินโอกาส อุปสรรค การ เตรียมความพร้อม การประเมินตลาด ความต้องการ หรือต้องการการสนับสนุนเรื่องใดบ้าง ก่อนจะผลักดันการลงทุนในอนาคต"
รัฐมัธยประเทศนับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เป็นแหล่งวัตถุดิบและแหล่งพืชเวชภัณฑ์ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่สำคัญ อาทิ อุตสาหกรรมผลิตทางการเกษตร ผลผลิตจากป่าไม้, อุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์, อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ การเพาะปลูกพืชเรือนกระจก/สวน, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์, อุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้า, อุตสาหกรรมเครื่องประดับ รวมถึงชูจุดเด่นเรื่องความโปร่งใส และความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เพื่อชักจูงการลงทุน
นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน ทั้งอุตสาหกรรมสาขาเกษตรกรรม อุตสาหกรรมสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โดยออกมาตรการจูงใจ เช่น สัมปทานที่ดิน การยกเว้นภาษีสิ่ง ฟุ่มเฟือย ภาษีการขาย ภาษีมหรสพ 10 ปี สนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม รีสอร์ต การเปิดเที่ยวบินพิเศษ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สวนสนุก รถไฟสายท่องเที่ยว
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ทางคณะเลขานุการรัฐมนตรี รัฐมัธยประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย และคณะนักธุรกิจ ได้เข้าพบนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือถึงโอกาสและลู่ทางการลงทุนระหว่างไทย-อินเดีย โดยต้องการให้นักลงทุนไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุตสาหกรรมเครื่องมือ แพทย์ เข้าไปลงทุน การหารือครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ทางกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมเข้าไปสนับสนุน
"ไทยคือประเทศเป้าหมายหลัก ๆ ที่อินเดียอยากให้เข้าไปตั้งฐานการผลิต เพื่อลงทุนสนับสนุนใช้วัตถุดิบในประเทศเขา ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ทาง สศอ.เคยจัดสัมมนาเรื่องโอกาสการลงทุนในอินเดีย ครั้งนั้นมีนักลงทุนเข้าฟังถึง 500 คน จากเป้าเพียง 200-300 คนเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนไทยสนใจ เพียงแต่ยังไม่มั่นใจเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบที่ชัดเจน เนื่องจากสิทธิประโยชน์ที่ให้กับนักลงทุนนั้นจะแตกต่าง กันตามแต่ละรัฐ หลังจากนี้ อินเดียก็คงเดินสายโรดโชว์ต่อไป"
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยให้เห็นว่า การค้าระหว่างไทย-อินเดีย ในปี 2559  มีรวมกัน 7,723  ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 270,305 ล้านบาท) ติดลบ 2.53% ขณะที่ไทยส่งออกไปอินเดีย 5,154 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 180,390 ล้านบาท) ติดลบ 2.67% ส่วนไทยนำเข้าสินค้าจากอินเดียอยู่ที่ 2,569 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 89,915 ล้านบาท) ติดลบ 2.24% โดยเป้าหมาย การส่งออกสินค้าไทยไปอินเดียในปี 2560 ตั้งเป้าขยายตัวอยู่ที่ 1%
 
ที่มา : นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560
Comments